
ไปภูเก็ตมาตั้งแต่คืนวันที่ 8 กลับมาเมื่อคืน เหนื่อยจัง ไปทำงาน แต่ก็พอจะมีเวลาก่อนกลับ ระหว่างรอเครื่อง แวะไปนั่งเล่นริมหาดป่าตอง ดูดกลิ่นทะเลกลับมากรุงเทพฯด้วย
อยากเอากล้อง SLR ไป อยากเอา Sony ไปเพราะว่ามันสวยมากๆ เลยได้แต่เอามือถือถ่ายกลับมา
เป็นครั้งแรกที่ได้ไปภูเก็ตเลยแหละ เลยได้รู้ว่า คนภูเก็ตเค้ารวยๆกันทั้งนั้น
ทำไมน่ะเหรอ
นั่งแท๊กซี่จากสนามบิน เข้าเมือง 500 บาท คิดแบบเหมา เพราะถ้ากดมิตเตอร์สงสัย 700 800
นั่งแท๊กซี่จากเซ็นทรัลเฟสติวัล ไปป่าตอง 300 ...
นั่งแท๊กซี่จากป่าตองกลับสนามบินก็ 600
นั่งมอไซค์ประมาณ จากสวนลุม ไปอนุเสาวรีย์ก้อ 40 มั้ง
ไปทางไหนก็เจอแต่ภูเขา จะไปอะไรที่ใกล้ที่สุดก็นั่งรถไกลจนเวียนหัว

คนภูเก็ตชอบพูดว่า "แต่ว่า...."
เช่น ...
แพค : วันนี้ปกินข้าวกันนะ
อีกคน : เออ ๆๆ ไปสิ แต่ว่า ....
แพค : แต่ว่า ... อะไรเหรอ
อีกคน : เปล่า แต่ว่า
คือไม่รู้จะแต่ว่าทำไม แต่ว่า ....
แล้วก็ไม่มีอะไรตามออกมาแต่ว่า .....

เรื่องจัดกระเป๋า
ทำไมไม่เคยประสบความสำเร็จในการจัดกระเป๋าเดินทางสักทีเลย ถ้าไม่เอาไปเกินก็เอาไปขาดๆ ลำบากลำบน ทำไมเวลาไปเที่ยวมักจะจัดกระเป๋าห่วยๆ ลืมนู่นลืมนี่ แต่บางทีกลับหยิบอะไรที่ไม่ต้องใช้มา ติดกระเป๋ามาด้วยก็ไม่รู้ เสื้อผ้าก็ขาดๆ เกินๆ เสื้อชื้นๆบ้าง อะไรบ้าง โอ๊ย น้ำยาคอนแทคก็ไม่เอาไป แต่เสือกเอาแว่นไปได้
แต่ว่า ....

POSTCARD FROM PHUKET...






ระหว่างนอนเล่นที่ป่าตอง ก็คิดถึงหลายๆอย่างที่ผ่านมา
นอนอ่านหนังสือไป ดูทะเลไป
สักพักพระอาทิตย์ก็ตกลงมาที่ตี_น
สวยงามมาก ระหว่างที่ปล่อยให้ดวงตะวันอันโตลอดไปหว่างเท้า
วันนี้วันหยุด อยากจะนอนตื่นสายๆ อยากจะนอนเยอะๆ แต่ ...
คนเราถ้าตื่นเช้าบ่อยๆ เมื่อได้นอนเต็มที่แล้ว 6 โมง ก็ตื่นเองอีก
ย้อนยุคกันดีกว่า...
ลอกการบ้าน หมกงาน
ตั้งแต่เราเด็กๆเราเริ่มคุ้นเคยกับการลอกการบ้านมาแล้ว โดยเฉพาะแพคเอง ลอกการบ้านวิชาเลขตลอดเลย มันเริ่มขึ้นสมัย ป.6 ที่เลขเริ่มซับซ้อน ครม หรม ปชช ทรท อะไรต่อมิอะไรเต็มไปหมดเลย
แพครู้ว่าตัวเองโง่เลขมากๆ เลยลอกเลขไปเต็มๆ ไม่รู้จะเรียนไปทำไม
พอมาตอน ม.1 แพคก็เกลียดเลขมากขึ้น สูตรห่าจิกส์ทั้งหลาย มีไปเพื่ออะไร ระดับความรู้แค่ ม.1 อย่างชั้นต้องทำอะไรเหรอกับไอ้สูตรพวกนี้
เคยหันไปถามเพื่อนว่า ถ้าเราเรียนจบไปแล้วอยากเปิดร้านขายของชำ เราต้องเอาสูตรพวกนี้มาคำนวนในการทำป้ายเหรอ? ก็ถูกนะ สูตรบางอย่างอาจจะมาใช้คำนวณได้ แต่คนคำนวณก็คือบริษัททำป้าย ไม่ใช่กุ เพราะฉะนั้นคนที่เรียนจบไปแล้วจะไปเป็นคนสร้างป้ายก็ไม่ใช่กุ แล้วกุจะเรียนเลขไปทำไม
จากนั้นแพคก็ไม่เคยทำการบ้านเลขอีกเลย ลอกตลอด ...
โรงเรียนเข้า 8 โมง แต่เสือกไปตั้งแต่ ตี 5 ไปเปิดห้องเรียน ...
เวลามีคนเห็นไปโรงเรียนก็แบบว่า อุ้ยเด็กคนนี้ดีจังตั้งใจไปเรียนแต่เช้า เปล่า ไม่ใช่ หนูไปลอกกการบ้าน เพราะไปสายๆเดี๋ยวลอกไม่ทัน
เวลาสอบก็มั่วเอาตลอด น่าเบื่อมาก ยิ่งเวลาเค้าให้ส่งแสดงวิธีทำมาด้วยส่งมั่วๆไปเลย ไม่รู้จบมัธยมมาได้ไงเหมือนกัน
ส่วนคำว่าหมกงาน นี่แพคได้มาตอนเรียน ป.4 มีเพื่อนที่นั่งติดๆกันมันชื่อจรัสศรี เป็นพวกอีเฉื่อย ทำไรก็ไม่ได้สักอย่าง แต่เล่นแชร์บอลกับโดดยางเก่ง พอเข้าห้องเรียนอีเฉื่อยก็ไม่สนใจเรียน เอาแต่นอน เหม่อๆ เบลอๆ ชอบใส่กางเกงวอร์มเต่อๆ เห็นข้อเท้า
อีเฉื่อยไม่ชอบทำงานส่งคุณครู มันมีวิธีแยบยลมากๆ เวลาเราทำงานเสร็จเราต้องเดินไปเอางานวางให้คุณครูตรวจ แต่สมุดของอีเฉื่อยกลับเต็มไปด้วยงานที่ไม่เสร็จ ค้างๆคาๆ แล้วก็ไม่มีลายเซ็นครูสักหน้า อีเฉื่อยรอดสายตาคุณครูไปได้ไงไม่รู้เหมือนกัน
อีเฉื่อยเลยได้ชื่อว่า อีหมก ย่อมาจาก หมกงาน .....
อีเฉื่อย อีหมก