ลุยเดี่ยว เที่ยวสิงคโปร์ ตอนที่ 3
posted on 08 Mar 2008 22:20 by pack in Travelวันที่ 29 ธันวาคม 2550
หลังจากที่กลับมาจากตะลุยเมืองแล้ว ผมเข้านอนราวๆ 5 ทุ่ม แต่รู้ตัวอีกที่ก็เกือบเที่ยงของวันนี้แล้ว หลับไปราวๆ 12 ชั่วโมงได้ ไม่รู้ตัวเลย จริงๆมันก็เหนื่อยมาก เพราะอากาศที่ร้อนอบอ้าว เหงื่อไหลตลอดเวลา น้ำก็กินไปไม่เยอะด้วย เช้าของวันนี้เลยประหยัดค่าอาหารไปได้ 1 มื้อ

เมื่อมาถึง City Hall MRT ก็จะเจอโบสถ์นี้นะครับ อย่าลืมแวะชม
เมื่อตื่นแล้ววันนี้มีแพลนว่าจะไป Fort Canning Park ครับ แต่จะไปแวะกินข้าวกลางวันที่ห้างสรรพสินค้าไอทีแถวๆ City Hall ที่พี่แอนเคยพาแพคกับต้าร์ไปกินครับ ผมมาลง MRT ที่สถานี City Hall ตอนบ่ายๆ และเข้าไปในห้างนั่นชื่อว่า Fu Nan ครับ (ฟูนาน) Food Court ที่เคยอยู่ชั้นใต้ดินมันหายไปแล้ว สุดท้ายพบว่ามันย้ายไปชั้น 5 นี่เอง วันนี้กินก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นครับ เป็นร้านที่เราสามารถเลือกลูกชิ้นเองได้ 5 อย่าง แล้วถ้าอยากใส่เพิ่มก + ชิ้นละ .50 ไปเรื่อยๆ ผมใส่มาเยอะแยะ เพราะชอบลูกชิ้นปลา แต่น้ำซุปจืดเอามากๆ น้ำปลาก็ไม่มี
Fort Canning Park อยู่หลังห้างนี่เองครับ กินข้าวเสร็จก็ไปเดินเล่นในนั้น ไม่คิดเลยว่ามันจะเหนื่อยมาก เพราะว่าต้องเดินขึ้นไป สู่งเท่ากับตึกรอบๆเลยนะ (5-6 ชั้น แต่มันชันขึ้นไปเะรื่อยๆ) ผมเดินแล้วก็เซ็งครับ ร้อนมาก คนก็ไม่มี ไม่มีอะไรเลยครับที่นี่ ไม่มีอะไรเลย แต่ก็ได้สูดอากาศหายใจโล่งๆ มองเห็นวิวแม่น้ำสิงคโปร์ที่ทอดผ่านข้างๆไปยังปากแม่น้ำ มองเห็นบันจี้จั๊มที่จัดให้เล่นอยู่แถวๆนี้
ผมเดินลัดเลาะไปทางด้านข้างของสวน มีสวนสมุนไพร มีดอกไม้บ้าง แล้วก็ข้ามถนนออกมาที่ด้านข้าง แต่ทันใดนั้นฝนก็ตกครับ ถ้ามาสิงคโปร์แล้วฝนไม่ตกถือว่าาไม่ถึงนะครับ ... ติดฝนอยู่ในอุโมงลอดใต้ถนนครับ สักครึ่งชั่วโมงได้ครับ
รอฝนหยุดผมเดินลัดเลาะไปตามถนน จนไปถึง Raffles City ห้างสรรพสินค้าที่ผมนัดกับเพื่อนชาวสิงคโปร์ไว้ Nicolas ครับ เดินเล่นในห้างไปสักแป๊ปที่นี่มีน้ำตกที่สร้างให้น้ำเป็นตัวหนังสือต่างๆได้ ดูแล้วเพลินดีครับ
ประมาณ 4 โมงเย็น Nicolas ก็มารับครับ เค้าจะพาผมไป China Town กัน เพื่อนผมพานั่งรถวนไปมา ผมก็เลยถามว่า นี่คือทางที่เราะจไปเหรอ มันดูอ้อมๆ แต่เค้าบอกว่า อ๋อจะให้ชมเมืองครับ ก็เลยเออ ออ ไป
เพื่อนผมพามายัง China Town ที่นี่มีตึกที่เป็นสถาปัตยกรรมเหมือนตึกในเมืองภูเก็ตเลยครับ หรือเรียกว่าแบบ ชิโนโปรตุกีส และยังมีตึกที่เป็นสถาปัตยกรรมแบบ Victorian และ Baroque แต่ละตึกใช้สีสันที่สดใส ผมว่าที่นี่เป็นเมืองหนึ่งที่ Re-Paint กันเยอะมากครับ การ Re-Paint แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในโครงสร้างของอาคารนะครับ เพราะว่าสีที่ทาลงไปจะทำให้โครงสร้างอาคารมีอายุการใช้งานที่มากขึ้น เพราะจะปกป้องจากสภาวะอากาศรอบข้าง อย่างที่สิงคโปร์นี่มีความจำเป็นในการทาสีใหม่สูงครับ เพราะติดทะเล ไอเกลือเยอะ แถมฝนตก แดดแรง ตลอดปีครับ
ที่ China Town เพื่อนผมพาไปวัดแห่งหนึ่งสไตล์จีนครับ ผมไม่ทราบชื่อนะครับ แต่บอกว่าเพิ่งจะเปิดไม่นาน ยังเหม็นใหม่ ข้างในติดแอร์ ผมก็ลองเข้าไปดู สวยงามดีครับ แวะเข้าไปตากแอร์ไม่เสียเงินด้วย
China Town เป็นถนนคนเดินที่มีร้านค้ามากมาย มีอาหารที่น่าลิ้มลอง แต่ของขายริมทางนั้นไม่ต่างจากที่ฮ่องกงเลย และก็ Import มาจากจีน หรือไม่ก็เชียงใหม่ เพราะผมเห็นธูปหอม สินค้าที่ทำจากไม้ ที่ขายในเชียงใหม่ มาวางขายที่นี่เยอะมากครับ กะว่าถ้าไปคราวหน้าจะหอบไปขายส่ง ทำรายได้ดีกว่า ...
จากนั้นเพื่อนผมกพาไปกินข้าวครับ ข้าวมันไก่ อร่อยดีครับ แต่ไก่มันจะแฉะๆ ผมก็ไม่ชอบเท่าไหร่ ชอบแบบที่บ้านเรามากกว่า ที่นี่ไก่ 1 จาน ราคา 10 SGD ครับ มีน้ำเต้าหู้อร่อยๆ ราคาแก้วละ 1 SGD อิ่มมากๆๆๆ แถมยังได้ลองขนมอีกหลายอย่าง รวมถึงส้มตำสิงคโปร์ด้วย แต่เพื่อนผมที่เป็นคนสิงคฌโปร์แท้ๆยังเถียงกันว่าที่สั่งมานี่ใช่หรือ??
หลังจากอิ่มจากอาหารเย็นแล้วผมยังไปนั่งร้านขนมตามแบบ Local ต่ออีกครับ เป็นร้านขนมหวานแบบจีนๆ มีขนมหลายอย่าง มีเฉาก๊วย (Hebal Jelly) และผมได้สั่งขนมที่เป็นคล้ายๆพุดดิ้งมะม่วงครับ อร่อยดีครับ (ราคา 3.5 SGD) ผมแยกกับเพื่อนที่ร้านขนมนี้ และไปต่อยัง Bugis ครับ เป็นสถานที่ชอปปิ้งสำหรับวัยรุ่น หรือเทียบแล้วก็ประตูน้ำบ้านเรา เสื้อผ้าที่นี่ขายเยอะมาก แต่ยังไงก็สู้ประตูน้ำไม่ได้ครับ ทั้งราคาและดีไซน์
เดินวนเวียนสักพัก ก็นึกขึ้นได้ว่าต้องไปสถานที่สำคัญ ซึ่งผมได้สถาปนามันเอาไว้ว่าถ้าไม่ได้ไปที่นี่ ถือว่ามาไม่ถึงสิงคโปร์จริงๆ นั่งคือ Mustafa Shopping Centre ที่นี่เราต้องนั่ง MRT ไปยังสถานี Farrer Park ใครที่ชอบซื้อของห้ามพลาดครับ ของฝากทั้งหลายต้องมาซื้อที่นี่ เพราะราคาที่ขายในเมืองจะแพงมาก อย่างพวงกุญแจที่ผมเหมามาให้แม่ผม เอาไปแจกเพื่อนๆที่ทำงาน ผมซื้อมาในราคา 6 ชิ้น 10 SGD แต่ในเมืองจะขาย 3 ชิ้น / 10 SGD ครับ
นอกจากนี้ยังมีน้ำหอม ชอคโกแลต อีกมากมายที่ต้องซื้อครับ ต้องซื้อจริงๆ หมดเงินกับที่นี่ไป เกือบ 100 SGD แต่ได้ของมาฝากเพื่อนๆที่ทำงานทุกคนเลยครับ
ผมติดอยู่ในวังวนซื้อของที่มุสตาฟาอยู่ถึงสี่ทุ่มจึงกลับที่พักแล้วครับ วันนี้ของผมก็หมดลงไป ยังเหลืออีกสองวันแน่ะ เที่ยวไปเยอะเหมือนกันนะเนี่ย!!
To be continue ...
edit @ 10 Mar 2008 20:23:03 by Pack

เมื่อก่อนไปบ่อย แต่ก็ไม่ทั่ว ถ้ามีโอกาสอีกก็อยากจะไปอย่างที่คุณไปมั่งจัง
#1 By Tama on 2008-03-08 22:43